ค้นหา

 

  


รายการ - วิทยุธรรมะ

สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


วิทยุแห่งความเป็นไท

 

 สถิติวันนี้ 5 คน
 สถิติเมื่อวาน 79 คน
 สถิติเดือนนี้ 1567 คน
สถิติปีนี้ 13034 คน
สถิติทั้งหมด 304453 คน
เริ่มเมื่อ 2007-06-11

 

 

หน้า  1  |  2  |  3  |  4  |  5  | 67891011 |

 

วิชาเบญจศีล-เบญจธรรม

เบญจศีล

     เบญจศีล หรือ ศีล ๕  คู่กับเบญจธรรม หรือ กัลยาณธรรม ๕ เป็นธรรมของคนดี ถ้าเรียกชื่อเต็ม ๆ ก็ต้องเรียกว่า เบญจกัลยาณธรรม หมายถึง ธรรมของคนดี ๕ ประการ ทั้งศีล ๕ และกัลยาณธรรม ๕ ประการนี้ เป็นของคู่กัน จึงเรียกว่า ศีลธรรม กล่าวคือ ศีล เป็นข้อห้าม คือ ห้ามทำ ห้ามล่วงละเมิด ส่วนกัลยาณธรรม เป็นข้ออนุญาตให้ทำ ให้นำไปประพฤติปฏิบัติแล้วจะเกิดผลดีแก่ผู้ปฏิบัติทุกคน


ตารางแสดงความสัมพันธ์กัน
ระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม

เบญจศีล

เบญจธรรม

๑.ปาณาติปาตา เวระมะณี
เว้นจากการฆ่าสัตว์มีชีวิต
๑.เมตตา กรุณา
ความรักความปรารถนาดีต่อผู้อื่นและความสงสารคิดช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์
๒.อทินนาทานา เวระมะณี
เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
๒.สัมมาอาชีวะ :
เลี้ยงชีพในทางที่ชอบประกอบด้วยธรรม
๓.กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๓.กามสังวร
การสำรวมในกาม
(สทารสันโดษ , ปติวัตร)
๔.มุสาวาทา  เวระมะณี
เว้นจากการพูดเท็จ
๔.สัจจะ
ความมีสัตย์มีความจริงใจ   พูดจริง ทำจริง
๕.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี
เว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 
๕.สติ สัมปชัญญะ
มีความระลึกได้ รู้สึกตัวอยู่เสมอ

ความหมายของศีล ศีล หมายถึง ความประพฤติดีทางกายและวาจา, การรักษากายและวาจาให้เรียบร้อย, ข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม, การรักษาปกติตามระเบียบวินัย,ปกติมารยาทที่สะอาดปราศจากโทษ, ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว, ข้อปฏิบัติในการฝึกหัดกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น, ความสุจริตทางกายวาจาและอาชีพ


อานิสงส์ หรือประโยชน์ของการรักษาศีล
อานิสงส์ของศีลโดยย่อมี ๓ ประการ คือ
๑. สีเลนะ สุคะติง ยันติ ศีลนำผู้ประพฤติไปสู่สถานที่ดี,
๒. สีเลนะ โภคะสัมปะทา บุคคลสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ได้ด้วยศีล,
๓. สีเลนะ นิพพุติง ยันติ บุคคลถึงความเย็นใจได้ก็ด้วยศีล
ตัสมา สีลัง วิโสธะเย เพราะฉะนั้น พึงรักษาศีลให้สะอาดบริสุทธิ์

อานิสงส์แห่งบุคคลผู้มีศีล ๕
๑. บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีลในโลกนี้ ย่อมมีโภคทรัพย์เป็นอันมาก ซึ่งมีความไม่ประมาทเป็นเหตุ
๒. ชื่อเสียงอันงามของบุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมขจรไป
๓. บุคคลผู้มีศีล  สมบูรณ์ด้วยศีลจะเข้าไปยังบริษัทใด ๆ จะเป็นขัตติยบริษัทก็ตาม พราหมณ์บริษัทก็ตาม คหบดีบริษัทก็ตาม สมณบริษัทก็ตาม ย่อมแกล้วกล้า ไม่เก้อเขินเข้าไป
๔. บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมไม่หลงลืมสติตาย
๕. บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล หลังจากตายแล้ว ย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์


ประเภทของศีล
ศีลมีประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับบุคคลแต่ละระดับ ดังนี้
ศีล ๕ (เบญจศีล) สำหรับบุคคลทั่วไป
ศีล ๘ (อัฏฐศีล,อุโบสถศีล) สำหรับอุบาสกอุบาสิกา
ศีล ๑๐ (ทสศีล) สำหรับสามเณร
ศีล ๒๒๗ (ปาฏิโมกข์) สำหรับภิกษุ
ศีล ๓๑๑  สำหรับภิกษุณี


อาชีวมัฏฐกศีล แปลว่า ศีลมีอาชีวะเป็นที่ ๘ เป็นศีลซึ่งมาในมรรคมีองค์ ๘ ข้อสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ ได้แก่ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์ เว้นจากมิจฉาอาชีวะ
วาริตศีล หมายถึงศีลอันสำเร็จด้วยการเว้นจาก ความชั่ว ความประพฤติที่ไม่ดีไม่งาม
จาริตศีล หมายถึงศีลอันสำเร็จด้วยการประพฤติกายวาจาดีงาม
ในศีล ๒ ประเภทหลังนี้ เบญจศีลจัดเป็นวาริตศีล  ส่วน เบญจธรรมจัดเป็น
จาริตศีล


ไวพจน์ หรือคำศัพท์อื่น ๆ ที่มีความหมายว่า ศีล
ไวพจน์
หรือ คำที่มีความหมายเดียวกันกับ เบญจศีล มีดังนี้
ศีล ๕  เป็นคำที่แปลมาจากคำว่า เบญจศีล (ปัญจะสีลานิ) นั่นเอง
สิกขาบท ๕ หมายถึง บทที่ต้องศึกษา ๕ ประการ
นิจศีล หมายถึง ศีลที่จะต้องรักษาเป็นประจำ
     ปัญจเวรวิรัติ หมายถึง เจตนาเครื่องงดเว้นจากเวร ๕ ประการ การฆ่าสัตว์เป็นต้นนั้น ถือว่าเป็นการก่อเวร เมื่องดเว้นได้ ก็ถือว่าเป็นการไม่ก่อเวร และสัตว์ทั้งหลายก็จะไม่มีเวรมีภัยแก่กันและกัน
     มนุษยธรรม หมายถึง เป็นธรรมสำหรับมนุษย์ หรือธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ ผู้ที่จะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์จะต้องเป็นผู้รักษาศีล ๕ เป็นปกตินิสัย เมื่อบุคคลไม่มีศีล ความเป็นมนุษย์ก็จะลดลงตามศีลที่ขาดไป เมื่อศีลทั้ง ๕ ข้อขาดหมด ความเป็นมนุษย์ก็ไม่มีเหลืออยู่ในตัวของบุคคลนั้น

วิรัติ
          วิรัติ คือ ความละเว้น หรือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้น หมายถึง ความปราศจากความพอใจในการกระทำความชั่ว วิรัตินั้นจัดเป็นศีล เพราะเป็นเครื่องควบคุมกายวาจาไว้ได้ มี ๓ ประการ คือ

          ๑. สัมปัตตวิรัติ แปลว่า ความละเว้นจากวัตถุอันถึงเข้า ได้แก่ความเว้นของสามัญชนผู้ไม่ได้ตั้งสัตย์ปฏิญญาว่า ตนละเว้นจากข้อนั้นๆ เป็นแต่วัตถุที่จะพึงล่วงมาถึงเข้า แต่ไม่ทำ

          ๒. สมาทานวิรัติ แปลว่า ความละเว้นด้วยถือ หรือเรียกทับศัพท์ว่าสมาทาน ได้แก่ความเว้นของพวกคนจำศีลมีประเภทต่างๆ เช่น ภิกษุ สามเณร อุบาสกอุบาสิกา เป็นต้น

          ๓. สมุจเฉทวิรัติ แปลว่า ความละเว้นด้วยตัดขาด ได้แก่ความเว้นของพระอริยเจ้าผู้มีปกติไม่ประพฤติล่วงข้อห้ามเหล่านั้นตั้งแต่ท่านได้เป็นพระอริยเจ้า

การอาราธนา และสมาทานศีล ๕
     การอาราธนาศีล หมายถึงการขอร้อง หรือเชื้อเชิญให้พระภิกษุสงฆ์ได้ให้ศีลแก่ตน คำอาราธนาศีล ๕ มีดังนี้
มะยัง   ภันเต   วิสุง   วิสุง  รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
     ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ พร้อมทั้งไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่การรักษาเป็นข้อ ๆ
แม้ครั้งที่ ๒ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ พร้อมทั้งไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่การรักษาเป็นข้อ ๆ
แม้ครั้งที่ ๓ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ พร้อมทั้งไตรสรณะ เพื่อประโยชน์แก่การรักษาเป็นข้อ ๆ


(คนเดียว เปลี่ยนคำว่า มะยัง เป็น“อะหัง”และคำว่า ยาจามะ เป็น“ยาจามิ)

     การสมาทานศีล หมายถึงการตั้งใจรับเอาศีลทั้ง ๕ ข้อมารักษาไว้ด้วยดี  การสมาทานมี ๒ อย่าง คือ
     ๑. ปัจเจกสมาทาน การสมาทานเป็นข้อ ๆ หากข้อใดข้อหนึ่งขาดก็ยังเหลือข้ออื่นอยู่
     ๒. เอกัชฌสมาทาน การสมาทานทุกข้อรวมกัน เมื่อข้อใดข้อหนึ่งขาด ก็เป็นอันขาดไปด้วยกันหมดทุกข้อ  การสมาทานแบบที่ ๒ นี้ ในคำอาราธนาจะตัดคำว่า วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ  ออกไป

ศีล ๕  พร้อมคำแปล
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์มีชีวิต

อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจากการกล่าวเท็จ

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

หน้า  1  |  2  |  3  |  4  |  5  | 67891011 |

 

copyrights 2007 watprempracha.com all rights reserved. 
วัดเปรมประชา 73 ม.2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000 TEL :02-567-1666  FAX: 02-958-8077


Powered by AIWEB